มิถุนายน 4, 2023
World Obesity Day แนะ 7 แนวทาง ไกลห่างโรคอ้วน

แพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือแพทย์แอมแปร์ นายกชมรมหมอฟ้นฟูสุขภาพแล้วก็สนับสนุนการเรียนรู้โรคอ้วน กรุงเทวดา (BARSO) 

สุขภาพ และก็ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส สถานพยาบาล เผยถึงข้อความสำคัญปัญหาด้านโรคอ้วน เนื่องในวันอ้วนโลกซึ่งตรงกับวันที่ เดือนมีนาคมของทุกปีว่า โรคอ้วนเป็นภัยรุกรามสำคัญของเมืองไทย จากรายงานความชุกของปัญหาน้ำหนักเกินหรืออ้วนในคนแก่ โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปี 2565 อยู่ที่ 47.8% มากขึ้นจากปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ 34.7% สอดคล้องกับรายงานของสำนักโภชนาการ ปี 2563 ที่ค้นพบว่า ความชุกของภาวการณ์อ้วนในสตรีอยู่ที่ 46.4% รวมทั้งเพศชาย 37.8% มากขึ้นจากปี 2557 ที่มีความชุกเพียงแต่ 41.8% และก็ 32.9% โดยความชุกของภาวการณ์อ้วนจำนวนมากอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร 5 เรื่องเกี่ยวกับโรคอ้วนที่ควรจะทราบ 1.โรคอ้วนจัดเป็นโรคเรื้อรังเหมือนกันกับเบาหวานประเภทที่ หรือโรคความดันเลือดสูง เป็นสภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมเยอะเกินไป กระทั่งทำให้ระบบต่างๆดำเนินงานแตกต่างจากปกติ ตัวอย่างเช่น ภาวการณ์หยุดหายใจขณะที่กำลังนอนหลับ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเคลื่อนของข้อต่อ ระบบภูมิต้านทานอ่อนแอลง รวมถึงความเปลี่ยนไปจากปกติทางเมตาบอลิก อย่างระดับน้ำตาลที่เพิ่มสูงมากขึ้น ความดันเลือดที่มากขึ้น การอักเสบภายในร่างกายที่มากขึ้น ส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆตัวอย่างเช่น โรคหัวใจแล้วก็เส้นเลือด รวมทั้งโรคมะเร็ง ฯลฯ 2.น้ำหนักตัวสิ่งเดียวแสดงภาวการณ์อ้วนมิได้ โดยธรรมดาค่าดัชนีมวลร่างกาย หรือ BMI ชอบถูกใช้เป็นมาตรฐานไตร่ตรองภาวการณ์อ้วน 

World Obesity Day แนะ 7 แนวทาง ไกลห่างโรคอ้วน

โดยผู้ที่มีน้ำหนักเกินจะมี BMI ตั้งแต่ 25 โลต่อตารางเมตรขึ้นไป แล้วก็คนอ้วนจะมี BMI ตั้งแต่ 30 กิโลต่อตารางเมตรขึ้นไป 

แม้กระนั้นโดยความเป็นจริงแล้ว BMI บางทีอาจไม่ใช่วัสดุที่ถูกต้องแม่นยำเท่าไรนัก ข่าวสุขภาพ สำหรับเพื่อการประเมินภาวการณ์อ้วน เนื่องจากว่าไม่อาจจะประเมินส่วนประกอบของร่างกายได้ ดังเช่น บุคคลที่มี BMI เสมอกัน อาจมีรูปทรงกล้ามและก็ไขมันแตกต่างกัน เป็นต้นว่า นักเพาะกล้ามมีกล้าม มากยิ่งกว่าผู้ที่ขาดการบริหารร่างกายโดยเหตุนั้นก็เลยไม่สมควรใช้ BMI สำหรับการวิเคราะห์เพียงอย่างเดียว ควรที่จะใช้อุปกรณ์อื่นประกอบ เช่น การประมาณเส้นรอบเอว หรือการประเมินส่วนประกอบร่างกายด้วยเครื่อง DEXA (Dual-Energy X-ray Absorptiometry) เพื่อประเมินรูปร่างไขมันทั้งหมดทั้งปวงของร่างกาย โดยในกลุ่มวัยวัยกลางคน (อายุ 20-50 ปีสตรีไม่สมควรมีรูปทรงไขมันเกิน 32% และก็เพศชายไม่สมควรเกิน 28% 3.โรคอ้วนไม่ใช่แค่การกินของกินมากจนเกินไป ผู้คนมักรู้เรื่องว่า แม้พวกเรากินอาหารในจำนวนมากจะมีผลให้พวกเราน้ำหนักเพิ่มได้ เพราะเหตุว่าพลังงานแคลอรี่นั้น ขึ้นกับจำนวนของกิน แต่ว่าอย่าลืมว่าของกินที่มีจำนวนเสมอกัน บางทีอาจให้พลังงานที่ไม่เหมือนกันด้วยเหตุดังกล่าว การทานอาหารเพื่อคุ้มครองป้องกันแล้วก็รักษาโรคอ้วน ไม่ใช่แค่เพียงแต่การจำกัดจำนวนแค่นั้น แม้กระนั้นจำต้อง พิจารณาถึงประสิทธิภาพในจำนวนที่สมควร ของกินที่มีใยอาหาร หรือเส้นใยสูง ยกตัวอย่างเช่น ผัก ผลไม้ หรือเมล็ดพืชไม่ขัดสี มักให้พลังงานน้อยกว่าของกินที่มีไขมันแล้วก็น้ำตาลสูง รวมทั้งมีสารอาหารอื่นๆที่จำเป็นจะต้องต่อสภาพร่างกาย ดังเช่น วิตามิน แร่ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆเพื่อร่างกายปฏิบัติงานได้อย่างปกตินอกเหนือจากนั้น โรคอ้วนยังมีสาเหตุจากหลายกรณีรวมกัน เช่น การบริหารร่างกาย การนอน รูปแบบการทำงานของฮอร์โมน รวมทั้งรหัสกรรมพันธุ์ ต่างๆซึ่งทั้งสิ้นนี้มีผลต่อระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกาย โดยเหตุนั้น จำต้องนึกถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตต่างๆไปพร้อม 4.ยิ่งอ้วนจะควบคุมการกินได้ยากมากกว่าเดิม โรคอ้วนมีเหตุที่เกิดจากความไม่พอดีสำหรับในการควบคุมความหิวและก็ความอิ่มของร่างกาย ซึ่งถูกควบคุมด้วย ระบบประสาทและก็ต่อมไร้ท่อ โดยต่อมไร้ท่อจะสร้างฮอร์โมนซึ่งสามารถส่งสัญญาณไปยังสมอง เพื่อกล่าวว่าพวกเราควรจะกินอาหารต่อไหม โดยฮอร์โมนที่สำคัญเป็น ฮอร์โมนเลปติเตียนน ทำให้ร่างกาย รู้สึกอิ่ม ซึ่งฮอร์โมนนี้ หลั่งจากเซลล์ไขมัน และก็จะหลั่งเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณเซลล์ไขมันภายในร่างกาย แม้พวกเรานอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอจะนำมาซึ่งการทำให้การหลั่งฮอร์โมน เลปตำหนิต่ำลง ความต้องการกินอาหารก็จะเพิ่ม เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในคนที่เป็นโรคอ้วนจะมีภาวการณ์ซุกซนต่อฮอร์โมน

แนะนำข่าวสุขภาพ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย :  เปิดเผยสงฆ์เกินครึ่งเจ็บไข้โรคเบาหวาน แนะลดตักบาตรของหวาน-มัน-เค็ม